บทที่ 7 ความเป็นมืออาชีพ

"เป็นหน้าที่ของดาวอยู่แล้วค่ะ" เธอค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

"ดาวขออนุญาตล่วงหน้าไปที่บริษัทก่อนนะคะ จะได้ไปเตรียมเอกสารการประชุมให้เรียบร้อยก่อนที่คุณจะเข้าไป"

"ไปสิ แล้วอย่าลืมเรื่องที่ผมเตือนไว้เมื่อคืน"

"ดาวรับรองค่ะ ว่าเรื่องส่วนตัวของเราจะไม่กระทบกับงานแน่นอน"

...

สามชั่วโมงต่อมา ณ ชั้นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท

เสียงประตูลิฟต์ส่วนตัวดังขึ้น เข็มทิศในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเนี้ยบกริบก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยความเคร่งขรึมและเย็นชาตามสไตล์ผู้บริหารทรงอำนาจ

ทันทีที่เขาเดินเข้าใกล้หน้าห้องทำงาน เสียงหวานใสแต่แฝงความหนักแน่นก็เอ่ยทักทายขึ้นทันที

"สวัสดีค่ะบอส"

อิงดาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มการค้าประดับบนใบหน้า รูปลักษณ์ของเธอตอนนี้คือเลขาฯ สาวผู้เก่งกาจและไร้ที่ติ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือคราบน้ำตาจากเมื่อคืนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

"เอกสารการประชุมบ่ายนี้ล่ะ" เขาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของเธอ แกล้งใช้เสียงเข้มทดสอบความนิ่งของอีกฝ่าย

"ดาววางไว้บนโต๊ะทำงานบอสเรียบร้อยแล้วค่ะ แฟ้มสีแดงคือวาระเร่งด่วนที่มีจุดต้องพิจารณาพิเศษ ดาวติดโพสต์อิทสรุปข้อมูลตัวเลขที่ฝ่ายบัญชีเพิ่งส่งมาแก้ไขเมื่อเช้าไว้ให้แล้วค่ะ"

"แล้วเรื่องการจองห้องอาหารกลางวัน"

"เรียบร้อยค่ะ ดาวจองห้องวีไอพีที่ร้านอาหารฝรั่งเศสไว้ให้ตอนเที่ยงครึ่ง"

เธอตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องเปิดสมุดจด

"และคุณลลิตาโทรมาคอนเฟิร์มเรื่องไปดูสถานที่จัดงานหมั้นพรุ่งนี้ช่วงสิบโมงเช้าค่ะ ดาวเคลียร์ตารางช่วงนั้นของบอสออกให้หมดแล้ว และประสานงานกับทางโรงแรมเรียบร้อยแล้วค่ะ"

เข็มทิศนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวย หวังจะจับสังเกตความหวั่นไหวหรือความเจ็บปวดที่ต้องเป็นคนจัดเตรียมงานหมั้นให้ผู้ชายที่เพิ่งจ่ายเงินซื้อตัวเองมาเป็นของลับ

ทว่าสิ่งที่เขามองเห็นกลับมีเพียงความเด็ดเดี่ยวและแววตาของคนทำงานระดับมืออาชีพ

"มีอะไรให้ดาวรับใช้เพิ่มเติมไหมคะ บอส" อิงดาวเอียงคอถาม รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงองศาเดิมไม่ผิดเพี้ยน

เข็มทิศไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มหมุนตัวเดินผ่านโต๊ะทำงานอิงดาวเพื่อเข้าห้องผู้บริหาร และมองเธอด้วยสายตาชื่นชมปนแปลกใจที่เธอสามารถแยกแยะความอึดอัดส่วนตัวกับเรื่องงานได้เนียนกริบ

...

บรรยากาศในห้องประชุมบอร์ดบริหารตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงปากกาลูกลื่นราคาแพงถูกเคาะลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเป็นจังหวะที่สื่อถึงความไม่พอใจของประธานกรรมการใหญ่

คู่แข่งทางการค้าที่มาร่วมดีลควบรวมกิจการกำลังตั้งคำถามถึงช่องโหว่ในสัญญาที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

“คุณเข็มทิศครับ ข้อมูลนี้มันไม่สอดคล้องกับงบการเงินไตรมาสล่าสุดที่ทางเราได้รับมา ถ้าตัวเลขนี้ผิดพลาด ทางเราคงต้องพิจารณาดีลนี้ใหม่”

เสียงทุ้มเข้มของนักลงทุนใหญ่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของที่ประชุม

เข็มทิศชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดมุ่น นัยน์ตาสีรัตติกาลเหลือบมองมาทางเลขาฯ สาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังมุมห้อง

อิงดาวไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เธอเพียงก้าวเดินเข้าไปใกล้เขาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะวางแท็บเล็ตที่เปิดหน้าจอค้างไว้ในตำแหน่งที่เขามองเห็นได้ถนัดตา พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน

“หน้าสี่สิบสองค่ะบอส ย่อหน้าที่สอง การปรับงบประมาณรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราเตรียมไว้เผื่อกรณีนี้โดยเฉพาะ”

เข็มทิศก้มลงอ่านเพียงปราดเดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหนือชั้น

“ผมว่าคุณคงลืมดูภาคผนวกไปนิดนะครับ ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เราได้เตรียมงบสำรองไว้รองรับความผันผวนนี้แล้ว ตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้”

คำอธิบายของเขาเปลี่ยนสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ นักลงทุนที่เคยมีท่าทีแข็งกร้าวกลับพยักหน้ายอมรับอย่างจำนน

บรรยากาศกดดันในห้องประชุมคลี่คลายลงทันตาเห็น การเจรจาดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งปิดดีลได้สำเร็จตามเป้าหมาย

เมื่อประตูห้องประชุมปิดลงและคนอื่นๆ ทยอยเดินออกไป เข็มทิศก้าวเดินนำกลับมายังห้องทำงานส่วนตัวด้วยมาดของนักธุรกิจผู้ชนะ

อิงดาวเดินตามเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เธอรับแฟ้มเอกสารจากเขาไปวางบนโต๊ะด้วยท่าทีสำรวมเช่นเดิม

...

หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ เข็มทิศปลดปมเนคไทออกช้าๆ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าอยู่ใกล้ๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววครุ่นคิด

เขาเริ่มตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์หรือตุ๊กตาประดับเพนต์เฮาส์เท่านั้น

ความฉลาด ทันคน และการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างยอดเยี่ยมของเธอ ทำให้เขารู้สึกเสียดายหากต้องมองเธอเป็นเพียงของเล่นชั่วคราว

เข็มทิศเดินเข้ามาใกล้จนหยุดอยู่ตรงหน้าอิงดาว ร่างสูงใหญ่ยืนกดดันด้วยความสูงที่เหนือกว่า เขาจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่ดูซีดเผือดเล็กน้อยเมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้

“บอสไม่ต้องกังวลเรื่องงานหมั้นพรุ่งนี้นะคะ ดาวจัดเตรียมตารางเวลาไว้ให้ใหม่หมดแล้ว...”

“หยุดเรื่องงานก่อนอิงดาว” เขาขัดขึ้น เสียงทุ้มต่ำทำให้อิงดาวต้องช้อนตาขึ้นมอง

“วันนี้คุณทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ดีจนผมเริ่มคิดว่าถ้าไม่มีคุณอยู่ข้างๆ งานคงพังไม่เป็นท่าแน่ๆ”

อิงดาวนิ่งงัน คำชมจากปากของเจ้านายหนุ่มทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มันไม่ใช่แค่คำชมเชยในหน้าที่การงาน แต่มีน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเดาไม่ออก

เข็มทิศเห็นแววตาไหวระริกของเธอ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่ปลายคางมนแล้วเชยขึ้นเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจ

“วันนี้ทำได้ดีมาก อิงดาว...ส่วนเรื่องเมื่อคืน ผมจะให้เวลาคุณทำใจ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป